เรื่องเล่าจาก “ไบรท์ตัน” น้องใหม่พรีเมียร์ลีก

ฟุตบอล “เดอะแชมเปี้ยน” ของอังกฤษ ฤดูกาลนี้เดินทางมาถึงเกมที่ 43 ซึ่งใกล้จะเสร็จสิ้นครบ 46 นัดในฤดูกาลปกติ ว่ากันว่าลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีก มีโปรแกรมเตะกันอย่างหฤโหด แต่ถ้ามาดูของเดอะแชมเปี้ยนแล้วล่ะก็ดูชิลๆไปเลย เพราะต้องกระหน่ำเตะกันทุกวัน

จนกระทั่งได้หยุดพักช่วงวันอีสเตอร์เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ และกลับมาโรมรันกันต่อกันในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ทำให้ได้หนึ่งทีมที่การันตีการเลื่อนชั้นสูพรีเมียร์ลีก เป็นที่เรียบร้อยนั่นคือ “ไบรท์ตัน&โฮฟ อัลเบี้ยน” จากการเปิดบ้านเฉือนเอาชนะวีแกน ไปได้ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 92 คะแนน จาก 43 นัด ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง “นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด” ถึง 7 คะแนน ตอนนี้เหลือลุ้นแค่ว่าจะเป็นแชมป์หรือรองแชมป์ แต่ที่สำคัญนี่คือการขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดในรอบ 34 ปีของ เดอะ ซีกัลส์”

รองแชมป์เอฟเอคัพ 1983

หากพูดถึง “ไบรท์ตัน” คนที่ไปอังกฤษคงพอจะทราบดีว่าเป็นเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ห่างกรุงลอนดอนแค่ชั่วโมงเศษ และเป็นเมืองที่ติดชายทะเล ทำให้โลโก้ของทีมไบรท์ตันเป็นรูปนกนางนวลเพราะชายหาดเต็มไปด้วยนกชนิดนี้

แต่ด้านฟุตบอลไบรท์ตันอาจไม่ใช่เป็นที่รู้จักมากนัก ผลงานทีมตลอดประวัติศาสตร์สโมสร 115 ปี ไม่เคยมาเล่นลีกสูงสุดของอังกฤษเพียงแค่ 4 ฤดูกาลในช่วงทศวรรษที่ 80 แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกก็ยังไม่เคยแวะเวียนมาร่วมสังคยนาด้วยแม้แต่ครั้งเดียว

อีกทั้งยังไม่เคยได้แชมป์รายการใหญ่ใดๆ โดยเคยเข้าชิงฯ เอฟเอ คัพ ปี 1983 ซึ่งคู่ชิงครั้งนั้นคือ แมนฯยูไนเต็ด และสามารถทำเซอร์ไพรซ์ไล่ตีเสมอทีมปีศาจแดงได้ 2-2 จนต้องไปแข่งรีเพลย์ ก่อนจะโดนถล่มไปในนัดแก้มือ 4-0 นั่นคือเกียรติประวัติสูงสุดครั้งเดียวของสโมสร

รังเหย้าระดับพรีเมี่ยม

เช่นเดียวกับทีมเล็กๆทั่วไปที่มักจะมีปัญหาด้านการเงินของสโมสร ซึ่งไบรท์ตัน ต้องเผชิญกับเรื่องดังกล่าวอย่างเช่นกันในปี 1996 ถึงขนาดต้องทำให้ขายรังเหย้าโกลด์สโตน กราวนด์ ของตัวเองที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1901 เพื่อประคับประครองสถานะขอทีม

จนช่วงปี 2009 การเข้ามาของ “โทนี่ บรูม” ประธานสโมสรคนปัจจุบันก็ทำให้ทีมมั่นคงขึ้น อีกทั้งยังระดมทุนกว่า 105 ล้านปอนด์เพื่อสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่กับทีมได้สำเร็จคือ “ฟัลเมอร์ สเตเดี้ยม” ความจุ 30,750 คน เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2011 ซึ่งถือว่าเป็นสนามระดับมาตรฐานพรีเมียร์ลีก

ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในปี 2017

ความจริงแล้ว ไบรท์ตัน มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกหลายครั้ง (ไม่นับฤดูกาล 2014/15 ที่อันดับร่วงลงไปที่ 20) เพราะเป็นทีมที่ติดกลุ่มเพลย์ออฟอยู่เสมอ อย่างฤดูกาลที่แล้วจบอันดับที่สามด้วยคะแนนเท่ากับที่สองอย่างมิดเดิ้ลสโบรช์ แต่ประตูได้เสียน้อยกว่าสองประตู พอไปเล่นเพลย์ออฟกับพ่ายแพ้ทีมอันดับหกอย่างเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ อย่างพลิกล็อคด้วยสกอร์รวม 3-1

สำหรับผลงานของทีมในฤดูกาลนี้ภายใต้การนำทีมของ “คริส ฮิวจ์ตัน อดีตกุนซือของซือนิวคาสเซิ่ล, เบอร์มิงแฮม และนอริช ที่เข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ปี 2014 ถือว่ามาทำผลงานได้อย่างสุดยอดในช่วงวันที่ 13 กันยายนปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงวันที่ 24 มกรมคมปี 2017 ลงเล่น 19 นัด ชนะไปถึง 15 และเสมอ 4 ก่อนจะมาตอกย้ำความยอดเยียมเยี่ยมอีกครั้งในเดือนเมษายนด้วยการเก็บชัย 5 นัดรวด

ดาวเด่นของทีม

สำหรับผู้เล่นที่โชวผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดของไบรท์ตันคงหนีไม่พ้น “อองโตนี่ น็อคการ์ท” ปีกฝรั่งเศสที่เคยผิดหวังสุดๆเกี่ยวกับการพาทีมเลื่อนชั้นมาแล้ว โดยสมัยยังเล่นให้กับเลสเตอร์เคยยิงจุดโทษพลาดในเกมเพลย์ออฟกับวัตฟอร์ด ปี 2013

แม้ว่าจะสามารถช่วยทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จในฤดูกาลถัดมา แต่พอจะได้เล่นพรีเมียร์ลีกกลับถูกปล่อยฟรีให้สตองดาร์ ลีแอช จนกระทั่งได้มาร่วมทีมไบรท์ตันเมื่อปี 2015 ซึ่งดาวเตะวัย 25 ปีก็ไม่ทำให้ฮิวจ์ตันผิดหวัง ทำ 15 ประตูจาก 41 นัด อีกทั้งคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเดอะแชมเปี้ยน อีกต่างหาก

ส่วนผู้เล่นคนอื่นที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมก็มี “เกล็น เมอร์เรย์” ที่เป็นรองดาวซัลโวของลีกตอนนี้ที่ 22 ประตู รวมไปถึง “โตเมอร์ เฮเหม็ด” หัวหอกอิสราเอล อดีตคู่แข่งของธีรศิลป์ ตอนอยู่อัลเมเรีย ที่ยิงไป 11 ประตู

จากสถานการณ์ตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด “ไบรท์ตัน” น่าจะคว้าแชมป์ไปครอง ส่วน “นิวคาสเซิล” มีโอกาสสูงที่จะได้รองแชมป์ ส่วนเพลย์ออฟตอนนี้เข้าข่ายอยู่ 5 ทีม เร้ดดิ้ง, ฮัดเดอร์สฟิลด์, เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์, ฟูแล่ม และ ลีดส์ ยูไนต็ด

ยิ่งตอกย้ำความเป็นหน้าใหม่อย่างแท้จริงของไบรท์ตัน เพราะนอกจากฮัดเดอร์สฟิลด์แล้วทุกทีมที่เหลือล้วนแต่เป็น “หน้าเก่า” ของพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น

แทงบอลออนไลน์กับเรา www.pananvip.com ฝาก-ถอน 24 ชม.มั่นคงปลอดภัย

About

View all posts by

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *